ตำแหน่งของคุณ Home ศิลปะ

นักกฎหมายมองต่างมุมคดี“บาสมีดคู่”เจ้าตัวสาบานไม่ได้แทงซ้ำผู้ตายสมัคร gmail เยอะ

นักกฎหมายมองต่างมุมคดี“บาสมีดคู่”เจ้าตัวสาบานไม่ได้แทงซ้ำผู้ตาย【สมัคร gmail เยอะ】:

สมัคร gmail เยอะ

นักกฎหมายมองต่างมุมคดี“บาสมีดคู่”เจ้าตัวสาบานไม่ได้แทงซ้ำผู้ตายสมัคร gmail เยอะ

พลิกไม่พลิก นักกฎหมายมองต่างมุม คดี “บาส มีดคู่” เจ้าตัวสาบาน ไม่ได้แทงซ้ำผู้ตาย หมอรักษาเผย “หมอปลา” ไม่ช่วยเสี่ยงถูกตัดแขน คิดทำร้ายตัวเอง ต้องปรึกษาจิตแพทย์

รายการโหนกระแสวันที่ 21 ต.ค. 64 “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 เกาะติดเหตุการณ์ “บาส มีดคู่” ถูกกลุ่มวัยรุ่น 7 คนยกพวกไปล้อมบ้าน เขวี้ยงข้าวของปาใส่บ้าน ก่อนเกิดเหตุการณ์ต่อสู้กัน มีคนเสียชีวิต 2 ศพ กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่น “หมอปลา มือปราบสัมภเวสี” และ “ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์” ต้องช่วยประกันตัวบาสออกมา มองว่าเป็นการป้องกันตัว ถ้าไม่สู้ก็ตาย โดย หนุ่ม กรรชัย ได้สัมภาษณ์ บาส ผู้ก่อเหตุ ที่มาพร้อม ก้อย แฟนสาว , คุณแม่ รวมทั้ง ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช , หมอเกศกมล เปลี่ยนสมัย หมอที่ดูแลรักษาบาส

ติดตามดูรายการ มีข้อมูลอะไรผิดเพี้ยนบ้างที่อยากชี้แจง?
บาส : มีบางข้อมูลที่ฝั่งโน้นให้มาและไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่นการให้ของลับ ผมยืนยันไม่ได้ให้

เคยเห็นบายมั้ย?
บาส : ไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้จักเลยครับ ผมไม่ได้ด่าเขา ถามเขาว่าขับรถแบบนี้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุต่อผู้ร่วมทาง อย่างที่เคยบอกว่าน้องชายผมเพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชน เมื่อตอนต้นปี ผมก็อยู่กับคุณแม่ เหลือกันแค่ 2 คน เลยอยากบอกเขาว่าอย่าขับรถแบบนี้ ผมเจตนาดี ต้องการบอกเขาดีๆ แต่อีกฝ่ายเป็นวัยรุ่น ด้วยความอารมณ์ร้อนของเขา พอได้ฟังเราพูดปุ๊บ เดินถือหมวกกันน็อกปรี่มาหาเรา เราก็บอกว่าผมไม่อยากมีเรื่องกับแก ผมเป็นคนทำงาน แกก็คนทำงาน เราต่างคนต่างทำงาน

ย้อนกลับไป พวกเขามาถึงหน้าบ้าน เขาบอกว่าเขาโทรมาเคลียร์กับบาสไปแล้ว ตรงนี้บาสโฟนอินบอกว่าไม่มีการโทรคุยกับเขาเลยตั้งแต่แรก ตกลงโทรหรือไม่โทร?
บาส : ไม่นะครับ เขาก็ไม่รู้จักผม จะโทรมาหาผมได้ยังไง

เขาบอกไปตามหาพรรคพวกและไปรู้จักคนนึงที่รู้จักกับบาส และโทรหาบาส?
บาส : ผมยืนยันว่าไม่มีครับ ไม่เป็นตามที่เขากล่าวอ้างเลยครับ

ถ้าตร.เช็กโทรศัพท์ก็ยินดี?
บาส : ยินดีครับ ไม่มีโทรมาแน่ๆ ครับ

เขาบอกไปตะโกนเรียกเฉยๆ ไม่ได้คิดจะบุกเข้าไป มองยังไง?
บาส : คนปกติถ้าจะคุยจะเคลียร์กันปกติจะไม่ยกพวกมาปาข้าวของ โหวกเหวกโวยวายแบบนี้ครับ เขามาเรียกผมดีๆ ผมก็ออกมาแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงแบบนี้

ในมุมบาสทำไมวันนั้นต้องออกไป?
บาส : ผมต้องออกไป กะแค่ไปไล่เขาออกจากบริเวณจุดหน้าบ้าน ไม่มีเจตนาไปทำร้ายเขาเลยครับ เขามาปาข้าวของใส่บ้านเราแล้วโหวกเหวกโวยวาย มันไม่สมควร แล้วเป็นที่อยู่อาศัย

เราเจตนาออกไปไล่ ถือมีดไปไล่ แต่เห็นวิ่งออกไป เอามีดซ่อนไว้ข้างหลัง?
บาส : อย่างที่บอกไม่ได้มีเจตนา เขาก็ปาก้อนอิฐใส่หัวผมตามในคลิป นั่นคือวิธีคุยของเขาเหรอครับ

เขาบอกแค่บาสเดินออกมาเคลียร์ก็จบแล้ว เชื่อมั้ย?
บาส : ไม่ครับ ดูจากพรรคพวกที่เขาพากันมา ไม่ใช่คนที่จะมาเคลียร์มาคุยเลยครับ

ตอนออกไปโดนแล้วเราวิ่งไล่เขาหรือยังไง?
บาส : ตอนแรกแค่อยากไล่เขาออกจากหน้าบ้าน เพราะบ้านที่ผมอยู่เป็นบ้านของแฟน ผมไม่อยากให้แฟนมารับรู้หรือได้รับอันตรายจากเรื่องนี้ครับ

วันนี้ฝั่งพวกเขาก็ถูกดำเนินคดีด้วยเหมือนกัน บาสเชื่อว่าต้องขึ้นกระบวนการสู่ชั้นศาล สิ่งที่เขาพูด มีภาพบางภาพที่เขาพยายามยืนยันว่าบาสคุกเข่าลงไปและใช้มีดแทงคอแซมแล้วปาด?
บาส : ไม่เป็นความจริงตามที่เขากล่าวอ้างครับ อันนั้นผมก้มลงไป ผมบอกเขาอย่างที่เคยพูดกับพี่ ผมบอกเขาว่าแกรู้มั้ยเพื่อนที่แกรักนักรักหนาพาแกมาเป็นอย่างนี้ คือเราไม่ได้มีเจตนาทำร้ายเขา

แทงมั้ยตอนนั้น?
บาส : ไม่ครับ ผมสาบานได้เลยว่าไม่ได้แทง เดี๋ยวมาดูกันที่หลักฐานอีกที เราก้มลงไปเพื่อบอกเขา เพราะจบเรื่องปุ๊บผมยังเก็บโทรศัพท์ของเขาไปให้เขาเลย ผมบอกผู้ใหญ่แถวนั้นว่าผมฝากคืนโทรศัพท์พวกเขาด้วย ถ้าผมทำคงไม่ใจเย็นขนาดหยิบโทรศัพท์คู่อริไป

เขาบอกว่าเขาวิ่งออกไป บาสจับต้นล็อกคอ แล้วแทง เขาเลยต้องสั่งให้รุมเพื่อให้ต้นหลุดจากการล็อกตัวของบาส หลังจากนั้นพอหลุดออกมาแล้ว บาสก็ไปแทงแซม แซมล้ม บาสก็นั่งลงแทงคอแล้วปาด เขาขอโทษ บอกว่ายอมแล้ว แล้วแยกย้ายกันไป เขาบอกว่าถ้าบาสไม่ออกมา แล้วโทรหาตร. ก็ไม่น่ามีอะไรแล้ว ในมุมของบาสอยากกแก้ยังไง?
บาส : ถ้าวันนั้นผมไม่ออกมา ผมนอนในบ้าน โทรเรียกตร. แล้วตร.มาจริง ความปลอดภัยของผมในวันต่อไป ถ้าผมออกไปทำงาน ถูกดักทำร้ายร่างกาย อาจถึงแก่ชีวิตหนักกว่านี้ก็ได้ครับ

บายบอกว่าบาสเป็นเจ้าถิ่น?
บาส : ไม่เลยครับ ผมมีหลักฐาน ผมไม่ได้เป็นเจ้าถิ่นตามที่เขากล่าวอ้าง ผมเป็นคนนครปฐม แค่มาอาศัยบ้านแฟนครับ

บาสยืนยันว่าถูกเขวี้ยงหินใส่หัวก่อน แล้วบาสก็โมโห เข้าไปเอาเรื่องเขา เขาเลยรุมตี เลยต้องต่อสู้?
บาส : ใช่ครับ

ในคลิปที่พลเมืองดีส่งมาให้ ใครล็อกใครกันแน่?
บาส : ผมแขนหักด้านซ้าย ไม่มีสิทธิ์ไปล็อกใครได้อยู่แล้วครับ มีดอันใหญ่หลุด ช่วงชุลมุนผมโดนตี น่าจะหลุดไปตอนโดนรุมครับ เพราะเขาตีแขนผมหัก เลยเหลือมีดเล็กก็เอามาถืออีกข้างนึงครับ ตอนนั้นไม่ได้ไล่จ้วง มันชุลมุน ก็หลับตาฟันเลยครับ

แขนเป็นยังไงบ้าง?
บาส : ดีขึ้นกว่าช่วงแรก แต่ต้องไปรักษาตัวประมาณ 1 เดือนครับ

เลือดคั่งในสมอง?
บาส : ใช่ครับ เพราะโดนอิฐ กระถาง สารพัดเลยครับ

ขออนุญาตถามหมอ อาการเป็นยังไงบ้าง?
หมอเกศกมล : ตอนแรกรับเขามีปัญหาสองด้าน ทางด้านร่างกาย มีแผลที่บริเวณศีรษะ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จากการโดนอิฐ และแนวราวกรามด้านซ้ายบวมและช้ำ มีรอยฟกช้ำตามร่างกาย เขาได้รับการเข้าเฝือกจากแขนซ้ายมาแล้ว เขาบอกแขนหัก เราเลยทำการเอกซเรย์เพิ่ม พอเอกซเรย์เพิ่มพบกระดูกที่แขนหัก 3 ท่อน แต่ว่าเขามีอาการชา และปวดบริเวณมือซ้ายมากก เราเลยตัดสินใจแกะเฝือกออก พอแกะออกกลายเป็นว่าเป็นแขนหักชนิดแผลเปิด

มันจะหนักกว่าแขนหักธรรมดายิ่งเข้าเฝือกก็ติดเชื้อไปกันใหญ่?
หมอเกศกมล : ใช่ค่ะ เขาได้แค่พารามาอย่างเดียว เราเลยตัดสินใจผ่าตัดด่วนในเย็นวันนั้นเลย อีกกรณีเขามีปัญหาด้านจิตใจ เหมือนได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจจากการได้รับเหตุการณ์ที่รุนแรง มีอาการหวาดระแวง เครียด เห็นภาพเหตุการณ์ซ้ำๆ นอนไม่หลับ มีความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง ต้องปรึกษาจิตแพทย์และเตรียมการรักษาต่อไป

อาการเลือดคั่งในสมอง?
หมอเกศกมล : ดีขึ้นแล้วค่ะ หลักๆ คือแขนหัก กับสภาพจิตใจ ซึ่งถ้าแขนผ่านไป 4 วันแล้ว ไม่ได้รับการรักษา เสี่ยงต่อการติดเชื้อและอันตรายมาก

เห็นว่าถึงขั้นตัดแขนเหรอ?
หมอเกศกมล : ใช่ค่ะ ถ้าไม่ได้รับการรักษา

ถ้าหมอปลาไม่ได้ไปช่วยประกันตัว อยู่ข้างในตัดแขนแน่ และติดเชื้อได้เลย?
หมอเกศกมล : ใช่ อันตรายมาก

ก้อยรู้สึกยังไง?
ก้อย : ตกใจ ตอนนั้นไม่คิดเลยว่าเป็นหนักขนาดนี้ พอผลตรวจร่างกาย ต้องได้รับการผ่าตัดแบบเคสด่วน

เป็นไปได้มั้ย ตอนแรกสภาพแขนไม่ได้ติดเชื้อ พอใส่เฝือกแล้วปะทุข้างใน?
หมอเกศกมล : มันเป็นแผลเปิดตั้งแต่ทีแรกแล้วค่ะ จากภาพเก่าที่น้องเอามาให้ดู แต่โชคดีที่เราตัดสินใจแกะเฝือกออก ตอนนั้นยังปรึกษากัน เพราะเอกซเรย์มันหักแน่ แต่เขาใส่เฝือกมาแล้ว ปรึกษาทีมแพทย์แกะเฝือกออกดีกว่าว่าข้างในเป็นยังไงบ้าง เลยเจอว่าเป็นแผลชนิดเปิด

พี่อนันต์ชัย พี่มารับรู้เรื่องบาสยังไง?
อนันต์ชัย : ตอนเห็นคลิปน้องบาสออกจากบ้านก็ไม่ได้สนใจ แต่พอวันรุ่งขึ้น เราเห็นอีกคลิป คลิปน้องโดนรุมทำร้าย เรานึกถึงนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ เราทั้งเป็นพยาน เป็นคนเห็นเหตุการณ์ เป็นทนายความ ผมก็เลยโพสต์ไปว่าเอาใจช่วย ปรากฏว่าสำนักข่าวต่างๆ ก็มาสัมภาษณ์ผมเยอะ หนึ่งในนั้นคือไทยรัฐ เจ้าของรพ.บางนา5 ซึ่งผมเป็นที่ปรึกษากฎหมายอยู่ ท่านเห็นคลิปและเห็นผมสัมภาษณ์ บอกว่าชอบในความใจเด็ดของน้องบาส ถ้าเป็นท่านก็คงทำแบบนั้น เหมือนพระเอกสู้กับเหล่าร้าย อยากให้เงินน้องใช้ส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับคดีความ ก็ให้ผมเป็นธุระจัดหา ผมเลยโทรหาคุณหนุ่มขอเบอร์หมอปลา แล้วสุดท้ายก็ได้เจอน้อง และเอาเงินมาให้น้อง

พี่เองตอนนี้ไม่ได้เป็นทนายให้ทางบาส แต่เป็นที่ปรึกษาให้ทนายบาสอีกที จริงๆ ผมรู้จักพี่มานาน ไม่ค่อยเห็นพี่ช่วยคดีไหน?
อนันต์ชัย : ทีแรกคดีที่ผมโพสต์ผมไม่รู้หรอกว่าหมอปลากับทนายไพศาลมาช่วย แต่หลังจากนั้นผมเห็นรายการโหนกระแสนี่แหละออก พอรู้ว่าทนายไพศาลกับหมอปลาช่วยแล้ว ผมเลยไม่ยุ่งปรากฏว่าถ้าไม่มีท่านประเสริฐ ให้เอาเงินไปให้เขา ผมจะไม่มายุ่งเลย ไม่เกี่ยวข้อง ไม่วิจารณ์คดีของใคร ผมไม่ทำเด็ดขาด

คดีนี้มีโอกาสพลิกมั้ย?
อนันต์ชัย : อยากกราบเรียนพวกโลกสวยทั้งหลาย และนักกฎหมาย กฎหมายเรื่องการป้องกัน เขาไม่ได้ให้คนดีหนีคนร้ายนะ และไม่ให้คนไปละเมิดสิทธิ์คนอื่น นักกฎหมายทุกคนต้องคำนึงถึงจุดนี้ แต่เรื่องน้องบาส เป็นเรื่องที่เขาถูกละเมิด เขาป้องกันตัวเอง การที่เอามีดออกไป ผมดูแล้วเป็นการแค่ข่มขู่เพื่อป้องกันตัว ผมถามว่าถ้าวันนั้นน้องบาสไม่เอามีดออกไป อะไรจะเกิดขึ้น ประวัติบุคคลเหล่านั้นแต่ละคนก็ไม่ธรรมดา ไม่อยากพูดว่าโชกโชนหรือไม่ แต่ก็สืบมาหมดแล้วว่าเป็นยังไง การที่น้องบาสเอามีดออกไปป้องกันตัวเอง แต่เกิดเหตุการณ์ขึ้น เป็นการป้องกันไม่ให้ตัวเองและแฟนถูกกระทำ การตัดสินใจของคนๆ นึง 1 ต่อ 7 ไม่เคยปรากฏ เขาต้องตัดสินใจอยู่นานนะ ถึงจะออกมา ถ้าเป็นเราคงไม่กล้าออก อย่างนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ถูกรุมทำร้าย ผมมีมือถือในมือ ผมยังลืมเลยว่าถ่ายยังไง ขนาดเราเห็นเหตุการณ์ แล้วตัวเขาเองล่ะ

บาสคิดอยู่นานมั้ยกว่าจะออกไป?
บาส : ประมาณ 5-10 นาทีครับ ตอนแรกเราไม่อยากออกไป กลัวเขามีอาวุธด้วยครับ

ที่ตัดสินใจออกไป เพราะคิดว่าวันนึงออกไปก็ต้องเก็บงานเราแน่?
บาส : ใช่ครับ

กลัวว่าวันนี้เขาจะมาเก็บงานเรามั้ย?
บาส : กลัวว่าถ้าเรื่องเงียบไป ผมอาจไม่ปลอดภัย ในการใช้ชีวิตครับ

มุมพี่ เรื่องนี้มีสิทธิ์พลิก?
อนันต์ชัย : อย่างที่บอก กฎหมายการป้องกันเขาไม่ให้คนดีหนีคนร้าย และไม่ให้ไปละเมิดสิทธิ์คนอื่น เมื่อคนดีถูกกระทำก็ป้องกันได้ อยากบอกทนายความทั้งหลาย ไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์ ควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม คดีนี้เป็นคดีคล้าย 7 โจ๋ฆ่าคนพิการ ซึ่งเราเป็นพยาน เป็นทนายความที่ใช้กระบวนการกฎหมายมาสู้คดี ผมว่ามีแนวทาง

“ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์” อยู่ในสาย พี่มองต่างมุม?
เดชา : ผมมองตามหลักกฎหมายและแนวคำตัดสินของศาลฎีกา หมายถึงว่าการให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแส ตั้งแต่คราวที่แล้วผมก็ให้ความรู้ทางกฎหมายว่าคดีลักษณะแบบนี้มันเคยมีแนวตัดสินของศาลฎีกาว่าอย่างไร ผมไม่เคยบอกว่านายบาสจะเป็นการป้องกันตัว หรือสมัครใจวิวาท หรือบันดาลโทสะ ก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พยานหลักฐานในสำนวนตร. ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตร.มีอะไรบ้าง ผมเชื่อว่าเขาไม่ให้ดูหรอกครับ เป็นความลับครับ

พี่มองยังไง บาสมีสิทธิ์หลุดมั้ย หรือคิดว่ายังไง?
เดชา : นายบาสจะรอดคดีหรือไม่ ศาลเป็นคนตัดสินนะครับ ไม่ใช่ทนายสองฝ่ายมาตัดสิน อันนี้ข้อแรกก่อน และไม่ใช่ศาลโซเชียลที่ออกตัดสินได้ทุกวันๆ ต้องมีการฟ้องคดี มีการสั่งคดี สืบพยานฝั่งจำเลยถึงจะตัดสินว่าใครผิดใครถูก แต่แนวคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีลักษณะแบบนี้ คำพิพากษาฎีกา 1271/55 กรณีที่เราอยู่บ้าน แล้วมีคนมาหาเรื่องเราหน้าบ้าน ฎีกา 10271 และ 18586/55 เขาบอกว่าถ้ามีคนมาหาเรื่องเราหน้าบ้าน แล้วเราออกนอกบ้านถืออาวุธออกไป ถือว่าเป็นการสมัครใจทะเลาะวิวาท ไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งลงมือทำร้ายก่อน ก็ไม่ใช่สาระสำคัญที่ต้องพิจารณา อันนี้คือแนวคำตัดสินศาลฎีกาที่ผ่านมา ส่วนคดีนายบาสจะสอดคล้องกับคำพิพากษาดังกล่าวหรือไม่ ผมว่าไม่มีใครฟันธงได้ต้องรอให้มีการสืบพยานในชั้นศาลก่อน ศาลเท่านั้นเป็นคนตัดสิน ไม่ใช่ทนายทั้งสองฝ่าย

การที่บาสวิ่งถือมีดออกไป ถือว่ากระทำได้มั้ย มีนักกฎหมายหลายท่านมองว่าเขามีเหตุเลยต้องถือออกไป?
เดชา : ความเห็นทางกฎหมายไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เหมือนกันก็ไม่ต้องมีโจทก์ ไม่ต้องมีจำเลย ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ความเห็นทางกฎหมายไม่จำเป็นต้องผูกขาด แต่ละคนล้วนมีพื้นฐานความรู้ มีประสบการณ์ ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ถ้าถามผม ต้องอธิบายให้ได้ว่าออกไปนอกบ้าน เป็นการป้องกันอย่างไร เพราะแนวคำตัดสินศาลฎีกาบอกว่าไม่มีกฎหมายให้อำนาจจำเลยออกไปข้างนอก ถืออาวุธและไปทำร้ายผู้อื่น ถ้าจำเลยไม่สมัครใจวิวาท ก็จะไม่ออกไปข้างนอก ไม่มีกฎหมายให้อำนาจ ส่วนนายบาสจะผิดหรือถูกต้องไปอธิบายกับศาลเอง แนวคำตัดสินศาลฎีกา แทงคนตาย 2-3 ศพถือว่าร้ายแรง ส่วนคดีนายบาสจะผิดหรือถูกเป็นหน้าที่ของศาล ไม่ใช่หน้าที่ของผมครับ

พี่อนันต์ชัยมองยังไง?
อนันต์ชัย : คือเราจะเอาคำพิพากษาฎีกามาเปรียบเทียบคดีบาส ความเห็นผม คิดว่ายังไม่ได้ เพราะคนเข้ามามีจำนวนมาก ไม่ต้องคุยเรื่องอื่นเลย คุยเรื่องนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ เขานั่งอยู่หน้าบ้าน มีดอยู่ในบ้าน อยู่ๆ มีวัยรุ่น 4 คนเข้ามาทำร้าย นายสมเกียรติไปหยิบมีดสองครั้ง ครั้งแรกพอเจรจาคุยได้ก็ไปเก็บ ครั้งที่สองเอามีดมาและฟันกันขึ้น เกิดโศกนาฎกรรมอย่างที่เห็น เรื่องนี้มีการต่อสู้ว่านายสมเกียรติทะเลาะวิวาท แต่ศาลวินิจฉัยชัดเจนว่านายสมเกียรติป้องกันส่วนได้เสีย ป้องกันสิทธิ์ของตนเอง ไม่ให้ใครมาทำร้าย อย่างที่บอกหลักประมวลกฎหมายอาญาป้องกัน เขาไม่ให้คนร้ายทำร้ายคนดี และไม่ให้ไปละเมิดสิทธิ์คนอื่น ฉะนั้นคำตัดสินแต่ละเรื่องราว จะเอามาเปรียบเทียบเปรียบเปรยทุกอย่างไม่ได้ แต่กรณีนี้เขามี 7 คน เขาคนเดียว ผมถามว่าใครจะคิดได้ว่าในอนาคตจะเป็นยังไง ที่สำคัญวันนี้ไม่เกิด วันหน้าอาจจะเกิด คำพิพากษาฎีกาได้เฉพาะบางเรื่องบางราว ถ้ากฎหมายมุ่งแต่คำพิพากษาฎีกาไม่เอาข้อเท็จจริงไปปรับแก้ไขในประมวลกฎหมาย ก็เปล่าประโยชน์ เราอย่าเดินตามรอยคำฎีกา เราต้องเดินตามข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายมานำสืบกัน ฎีกาเป็นเพียงแนวเท่านั้นที่เรายึดเอาไว้ แต่ข้อเท็จจริงแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบหรือฟันธงได้ว่าผิดหรือไม่ผิด

บาสจะใช้ชีวิตยังไงต่อไป จะย้ายที่อยู่มั้ย?
บาส : ย้ายเรียบร้อยแล้วครับ ผมขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือ ขอบคุณทุกๆ คน ถ้าไม่ได้ทุกๆ คน ผมคงไม่ได้ออกมาอยู่ตรงนี้ และขอบคุณท่านประธานประเสริฐ ทองปลาเค้า ที่ส่งพี่ทนายอนันต์ชัยมอบเงินให้ 1 แสน ตอนนี้ย้ายบ้านเรียบร้อยแล้ว คงไม่กลับไปอยู่ตรงนั้น และอยู่กับทีมงานพี่หมอปลาก่อนเพื่อความปลอดภัย

อยากฝากบอกอะไรคู่อริมั้ย?
บาส : ไม่ครับ ไปว่ากันในชั้นศาลครับ

แม่สบายใจแล้ว?
แม่บาส : ดีขึ้นค่ะ ดีใจที่เห็นลูกได้ออกมามีโอกาสได้พูดค่ะ

สมัคร gmail เยอะ นักกฎหมายมองต่างมุมคดี“บาสมีดคู่”เจ้าตัวสาบานไม่ได้แทงซ้ำผู้ตาย


Fatal error: Uncaught Error: Call to undefined function ไม่ได้เป็นตัวแทนของตำแหน่งของget_bloginfo() in /home/wwwroot/amosfree.com/wp-content/themes/bokeX/template-parts/content-single.php:79 Stack trace: #0 /home/wwwroot/amosfree.com/wp-includes/template.php(772): require() #1 /home/wwwroot/amosfree.com/wp-includes/template.php(716): load_template('/home/wwwroot/a...', false, Array) #2 /home/wwwroot/amosfree.com/wp-includes/general-template.php(204): locate_template(Array, true, false, Array) #3 /home/wwwroot/amosfree.com/wp-content/themes/bokeX/single.php(25): get_template_part('template-parts/...', 'single') #4 /home/wwwroot/amosfree.com/wp-includes/template-loader.php(106): include('/home/wwwroot/a...') #5 /home/wwwroot/amosfree.com/wp-blog-header.php(19): require_once('/home/wwwroot/a...') #6 /home/wwwroot/amosfree.com/index.php(17): require('/home/wwwroot/a...') #7 {main} thrown in /home/wwwroot/amosfree.com/wp-content/themes/bokeX/template-parts/content-single.php on line 79