ตำแหน่งของคุณ Home หน้าแรก

กุ้งสุธิราชเปิดหัวใจแบบหมดเปลือกรักไม่สมหวังเพราะครอบครัวไม่ต้อนรับพร้อมกับเผยความในใจสุดซึ้งถึงแม่และน้องสาวthe sims 4 โกงเงิน

กุ้งสุธิราชเปิดหัวใจแบบหมดเปลือกรักไม่สมหวังเพราะครอบครัวไม่ต้อนรับพร้อมกับเผยความในใจสุดซึ้งถึงแม่แ

the sims 4 โกงเงิน

กุ้งสุธิราชเปิดหัวใจแบบหมดเปลือกรักไม่สมหวังเพราะครอบครัวไม่ต้อนรับพร้อมกับเผยความในใจสุดซึ้งถึงแม่และน้องสาวthe sims 4 โกงเงิน

รักมากเจ็บมากเป็นธรรมดา กุ้ง สุธิราช เปิดหัวใจแบบหมดเปลือกรักไม่สมหวังเพราะครอบครัวไม่ต้อนรับ พร้อมกับเผยความในใจสุดซึ้งถึงแม่และน้องสาว

เป็นพระเอกขวัญใจแม่ยกทั่วทั้งประเทศเลยก็ว่าได้ สำหรับ กุ้ง สุธิราช วงศ์เทวัญ ที่มาเป็นขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 เจ้าตัวได้เปิดใจแบบหมดเปลือกตั้งแต่เส้นทางที่เข้ามาสู่การเป็นพระเอกลิเกพร้อมทั้งเล่าถึง คุณพ่อ ที่ดันตัวเองทุกอย่างในสิ่งที่ตัวเองรักและอยากทำ อยากร้องเพลงแต่ยังไม่มีใครทำให้พ่อ ก็ทำให้เรียกว่าเป็น ป๋าดัน คนแรก พร้อมกับเปิดเรื่องหัวใจในความรักครั้งหนึ่งที่เคยมีความรักแต่เพราะว่าครอบครัวไม่ต้อนรับเลยต้องจำใจต้องลาจาก รักมากเจ็บมากเป็นธรรมดา พร้อมกับเผยความในใจสุดซึ้งถึงแม่และน้องสาว

เส้นทางพระเอกลิเกของ กุ้ง สุธิราช เป็นมาอย่างไร
กุ้ง สุธิราช : เริ่มต้นเป็นตลกก่อน เป็นโจ๊ก ประมาณ 12-13 เริ่มออกเวทีแล้วสิ่งที่จะทำให้เรากล้าแสดงออกมากขึ้นในการที่กล้าพูดกล้าร้องโดยที่ไม่ผิดก็คือ เป็นตัวโจ๊ก คือ ออกมาร้องเพลงหนึ่งเพลงแล้วก็เกี้ยวนางโจ๊กประมาณนี้ครับ ตอนแรกเราก็ไปเฉพาะเสาร์ – อาทิตย์ เพราะว่าเรียนหนังสืออยู่แล้วก็ไปกลับ แล้วก็มาเริ่มเป็นพระเอกเต็มตัวเริ่มเข้าอายุ 16 ปีครับ เพราะว่าน้าชายของผมที่เขาเป็นพระเอกคู่กับพ่อเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ตอนนั้นลิเกเคว้งมากเพราะว่าตัวสำคัญขาดหายไป ตอนนั้นก็เลยตัดสินใจหาพระเอกคนอื่นมาเล่น แต่พอหาเข้ามาแต่เพราะเคมีมันไม่ตรงกัน พ่อก็คิดขึ้นว่าเกิดเขามามีชื่อเสียงเขาดังมากแล้วเขาอาจจะทิ้งเราไปก็ได้นะ อาจจะไปตั้งคณะใหม่ก็ได้เราก็จะขาดเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นมีทางเดียว พ่อก็ถามเราว่า กุ้ง ไหวไหมเพราะเราเล่นเป็นพระเอกตอนเด็กคนก็เคยเห็นอยู่แล้ว มาเป็นพระเอกให้พ่อ ตอนนั้นเราก็รับปากพ่อเลยว่าครับได้ หลังจากนั้นคือชีวิตเราเปลี่ยนเลยเราไม่ได้ไปแค่เสาร์ – อาทิตย์แล้ว เราต้องไปทุกคืนแล้วก็ต้องไปทุกวันแล้วก็ต้องแบกภาระในการเป็นพระเอกนำ ไม่ใช่แบบมาเล่นแค่ฉากสองฉากแล้วเข้าไปไม่ใช่

ตอนนั้นเราทำด้วยความสุขไหม หรือ แบบเพราะคือหน้าที่
กุ้ง สุธิราช : ก็หน้าที่ส่วนหนึ่งแต่ก็ตั้งใจด้วยเพราะว่ามันเหมือนกับว่าพ่อแม่มองเห็นแล้วว่าเราทำได้ แล้วเราก็มีความมั่นใจระดับหนึ่ง มันเป็นหน้าที่ที่พ่อเราวางไว้ว่ายังไงเราก็ต้องมาแทนเขา มันก็เป็นเป็นจุดที่ทำให้เราตั้งเป้าไว้ว่าเราต้องชนะให้ได้ทำตรงนี้ให้ได้

มีจุดเปลี่ยนที่ทำให้เราดังไหม มีคนรู้จักเลย
กุ้ง สุธิราช : เล่นงานแรกนี่ก็ 100 วันของคุณน้า ขึ้นเวทีครั้งแรกเป็นพระเอกคู่กับน้าจิ้งหรีดตอนนั้น เพราะคู่พระคู่นางเหมือนคู่จิ้นเลยคนก็รู้จักเราเลย คนแบบชื่นชอบเลยตอนนั้น

นอกจากรักใน ลิเก แล้ว ยังเป็นคนที่ชอบร้องเพลงอีก ซึ่ง ป๋าดัน คนแรกของ กุ้ง คือ ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ คุณพ่อ
กุ้ง สุธิราช : ถ้าเกิดไม่มีใครเดี๋ยวพ่อทำให้เองลงทุนเอง โปรโมทเองพ่อคิดอย่างนั้นในตอนนั้นสานฝันโดยการที่แบบ …. หน้าเวทีลิเกของเราลูกชอบร้องเพลงก็ทำเป็นคอนเสิร์ตก่อนเลยก่อนที่ลิเกจะเล่น เมื่อก่อนก็จะแต่งตัวธรรมดาแล้วเราก็เอาพวกนางรำต่างๆมาเป็นแดนเซอร์เต้นตอนนั้นก็ยังร้องเพลงคนอื่นอยู่ครับ เพราะว่าเรายังไม่มีเพลงของตัวเองคือ พ่อ พยายามสุดคือ พ่อ ก็ไปนำเสนอกับเจ้าภาพว่าก่อนที่จะมีลิเกจะมีคอนเสิร์ตก่อนนะ แต่เจ้าภาพเขาก็ปฏิเสธไม่เอาๆจะเอาลิเกอย่างเดียว ก็ไปลดราคาให้เจ้าภาพเพื่อที่จะให้เราได้ร้องเพลง ตอนนั้นก็เป็นคณะแรกๆเลยที่มีคอนเสิร์ตก่อนที่จะมีการแสดงลิเก จนวันหนึ่งเราไปเล่นในงานที่เจ้าภาพเขาจ้างเราไปเล่นในบ้านของเจ้าของบ้านอีกทีหนึ่งเหมือนเขาอาจจะเป็นคนทรงหรืออะไรสักอย่างที่อยู่ในบ้าน คนดูก็เข้ามาดูกันเต็มเลยแน่นไปจนถึงรั้วบ้าน เราก็ออกมาร้องเพลงพอเพลงสุดท้ายกำลังร้องอยู่บนเวทีเลยครับ เจ้าของบ้านเขาเดินขึ้นมาบนเวที เขาก็อายุเยอะหน่อยแล้วก็หยิบไมค์จากมือผมที่อยู่บนเวทีแล้วก็พูดใส่ไมค์ว่า ให้มาเล่นลิเกไม่ใช่ร้องเพลง มาจากไหนกลับไปให้หมดเลยขนของไปให้หมดเลยไป ตอนนั้นคือ เราก็รู้สึกตกใจ คนดูก็คือเต็มบ้านเลยตอนนั้น เราก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากบอกเขาว่า ขอโทษครับ ซึ่งเขาก็ไม่ได้เมานะครับ แต่เพราะว่าเหมือนเขาเป็นคนยุคเก่าๆหน่อยเขาตั้งใจที่จะดูลิเก เราก็ขอโทษครับ แล้วเราก็เข้ามาหลังเวที ณ ตอนนั้นคือคนดูก็ฮือว่าเกิดอะไรขึ้น พ่อแม่ญาติพี่น้องหลายคนบอกว่าทำใจไม่ได้ที่เขามาทำแบบนี้ ไม่เล่น ไม่เอาค่าตัวเก็บของกลับบ้านกัน แต่มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเป็นที่เป็นนักหนังสือพิมพ์ อยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เขาก็บอกว่าพ่อกุ้งต้องเล่นนะ เจ้าภาพเขาหางานเรามาแล้วยังไงเราก็ต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดจำไว้นะวันนี้ กุ้ง มันเจอแบบนี้ ต่อไปมันจะดังมาก (พูดเสียงสั่น) ผมก็โอเค เราก็ตัดสินใจเล่นต่อพอเล่นไปเราพยายามลบความรู้สึกที่เราเจอเมื่อตอนหัวค่ำ ออกมาเล่นลิเกก็ออกมารำยิ้มปกติเลยนะ พอเริ่มร้องคำแรก น้ำตาไหลเลยครับ เราเหมือนกั้นความรู้สึกไว้ พอเราออกไปเหมือนเราจะให้ความสุขกับคนดูที่มาดูเราแต่พยายามเก็บอาการแล้วพอเอ่ยคำแรกออกมาน้ำตามันไหลแล้ว คนดูเขาก็ร้องไห้เพราะเขาก็สงสารเราเหมือนกับว่าบางคนทนดูไม่ได้กลับบ้านเลย

และเมื่อเป็นพระเอกลิเกก็ต้องมีแม่ยก จริงไหมที่มีแม่ยกมาติดหนักมาก
กุ้ง สุธิราช : เมื่อไม่นานมานี้เองครับ ประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมาครับ คือ มีแฟนคลับกลุ่มหนึ่งที่เขามาแล้วเขาก็มาเล่าให้เราฟังว่ามีคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มของเขาจะไปเลิกกับสามีแล้วจะมาอยู่กับเรา เหมือนเขาเพ้อเลยเราก็ไม่เคยให้ความหวัง ซึ่งเขาคิดว่าเรามีใจ ซึ่งปกติผมจะคุยเป็นปกติเป็นแบบด้วยความสนิทเพราะว่าเราเป็นคนเฟรนด์ลีกับทุกคนไม่เน้นคุยแบบหวานไม่อย่างนั้น แต่เราจะเน้นคุยสนุกสนาน แต่เขากลับไปคิดแล้วเหมือนจะมีปัญหากับแฟนเขา แม่ก็เลยเป็นกันชนโทรคุยเลยครับ ก็บอกเขาว่าอย่าไปคิดกับน้องอย่างนั้นเลยน้องมันก็เป็นอย่างนี้กับทุกคน สนิทกับทุกคน เพราะฉะนั้นอย่างคิดอย่างนี้ เรามีครอบครัวอยู่แล้วก็ดูแลครอบครัวไปถ้าเกิดทำอย่างนี้เดี๋ยวน้องมันจะเดือดร้อน ถ้าจะมารักชอบมันอย่างนั้นอย่ามารักเลย แม่เขาก็พูดไปตรงๆก็เคลียร์ครับ เขาก็หายไปเลยไม่กล้ามา

แต่ กุ้ง ก็เป็นคนที่ดูแลแฟนคลับเป็นอย่างดีมาก คือ ขนาดว่าเมื่อเล่นลิเกเสร็จก็ยังส่งทุกคนกลับก่อน
กุ้ง สุธิราช : เป็นอย่างนี้ตั้งแต่ที่เราเริ่มเป็นพระเอกเลยครับ พ่อจะคอยสอนเราว่าคนดูก็คือนายเรา เราต้องทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ให้เขาประทับใจก็เล่นเสร็จประมาณเที่ยงคืนกว่าๆก็ต้องลงมาลาซึ่งแฟนๆเขาจะรู้กันอยู่แล้ว แฟนๆในกลุ่มบางทีเป็นร้อยคนเราก็จะลงมาถ่ายรูปบ้าง กอดหอมบ้างเป็นปกติอะไรอย่างนี้ จนส่งคนสุดท้ายเสร็จเราก็จะเป็นแบบนี้ทุกงานครับ มันเป็นความผูกพันไปแล้วครับ เพราะเราไม่ได้มองเขาว่าเขาเป็นแฟนคลับเรามองว่าเขาเหมือนญาติเราเหมือนพี่น้องเรา ซึ่งแต่ละคนเขาดูเรามาคือยาวนานไม่ต่ำกว่า 20 ปี แล้วไม่ได้เลือกว่าคนนี้รวยกว่า คนนี้ไม่ค่อยมีเราคุยเหมือนกันหมด เท่าเทียมกันหมด ถามว่าเคยแอบปิ๊งไหม ถ้าแฟนๆผมจะมีลิมิตของผมในการที่เรารู้อยู่แล้วว่าการที่แต่ละคนเข้ามาด้วยความคิดแบบไหนคนนี้เข้ามาชู้สาวนะ คนนี้อาจจะเป็นพี่น้อง อย่าคนที่เข้ามาแบบชู้สาวเราก็จะกั้นตัวเรานิดนึง

ในวันที่มีชื่อเสียงของ กุ้ง สุธิราช
กุ้ง สุธิราช : ช่วงที่เราโตขึ้นมาเริ่มเป็นนักร้องแล้ว เริ่มมีชื่อเสียง ดังมาแล้วดังมาสักพักแล้วด้วยมีผู้หยิงเข้ามาหาอะไรอย่างนี้ คือ ก็สเปคเราเลยคือ เปรี้ยว เซ็กซี่ แต่ว่าค่อนข้างจะดูแบบแรงในสายตาผู้ใหญ่แม่ของเราเขาจะหวงเรามาก เพราะว่าเราเป็นผู้ชายคนโต แล้วเราก็เป็นแม่ทัพในการออกแสดง กุ้งล้ม กุ้งไม่ไหวอย่างนี้ ทีมงานก็ไปหมดเหมือนกัน แม่เขาก็พยายามห้ามๆเพราะไม่อยากให้เราเสียงานเสียการด้วยเพราะเขาก็กลัวแหละ กลัวว่าลูกเราจะเสียใจไหม ไม่อยากให้คบ แม่เขาก็พูดกับเราตรงๆครับ คือ ในสายตาผู้ใหญ่เขาก็มองว่าเราน่าจะคู่ควรกับคนอีกแบบหนึ่ง แต่ตอนนั้นเราก็ยื้อเขานะครับ ก็ยอมรับนะครับว่ารัก เขาก็พยายามจะพิสูจน์ตัวเองเหมือนกัน เราก็พิสูจน์ตัวเองเหมือนกันว่าเรามั่นคงว่ารอได้ไม่เป็นไร ถึงเราไม่ได้เจอกัน แต่เขาก็บอกกับเราตรงๆว่าเขารอไม่ไหวเพราะว่ามีคนที่จะมาขอคบกับเขาแล้ว เราก็ยังไม่อยากให้เขาไปก็ให้เขาลองศึกษาผู้ชายคนที่ว่าดู เขาก็โทรมาบอกเราว่าพี่เขาจะรับไปเที่ยวนะ ไปเที่ยวเทคเที่ยวผับ ซึ่งชีวิตของเราไม่เคยไปอยู่ตรงนั้นเลย เราก็ได้แต่โทรหาว่ากลับหรือยัง ระวังตัวนะ แต่พอเราโทรไปแล้วผู้ชายรับแล้วบอกเราโทรมาหาแฟนเขาทำไม เราก็รู้สึกว่าเขาคงคบกันแล้ว คงเลือกแล้ว เราก็เสียใจแต่ให้เขาไปดี ก็ยอมรับว่าเฮิร์ตนะครับ เพราะว่าผมมั่นใจว่าผมเป็นคนมั่นคงในความรักนะครับ อาจจะชอบคนง่ายนะครับ แต่รักคนยาก คือ อย่างที่เราคิดว่าเราจะพิสูจน์ตัวเอง ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ให้ความรู้สึกของเรา ซึ่งเขาจะไปเราก้เปลี่ยนความคิดใหม่จากที่กำลังจมอยู่ที่ตั้งใจที่จะพิสูจน์ตัวเองกับพ่อกับแม่หรืออะไรก็แล้วแต่เขาไปแล้วเราก็เปิดโลกคือ ทำใจใหม่กลับมาให้เป็นคนเดิม

มันยากเย็นขนาดไหนกับการต่อสู้กับความอ่อนแอของตัวเอง
กุ้ง สุธิราช : มันทุกอย่างไม่ว่าจะเรื่องเศร้า เรื่องอะไรก็แล้วแต่มันต้องเก็บไว้ในใจอย่างเดียว แม่อาจจะเคยได้ยิน หรือ คนในเวทีเขาแบบสงสารเราอะไรอย่างนี้ เพราะก่อนเล่นลิเกเราก็จะซ้อมเพลงเศร้าๆอย่างเพลง แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ เราร้องด้วยความรู้สึก

คนนี้คือ คนที่อยู่ในวงการใช่ไหม
กุ้ง สุธิราช : เหมือนเมื่อก่อนเคยอยู่ในวงการเหมือนกันก็เลิกลากันไปตั้งแต่ตอนนั้น

ตั้งแต่คุณพ่อจากไปนอกจากเป็นหัวเรือใหญ่ของครอบครัวแล้ว ยังเป็นหัวเรือใหญ่ของคณะด้วย
กุ้ง สุธิราช : คือ ตอนนี้เขาไม่มีคู่คิดแล้วอย่างคุณพ่อก็ต้องเพิ่งลูกแล้วโหยหาลูกมากขึ้นแบบว่าอยากให้ลูกมาอยู่ใกล้ๆ ส่วนกับน้องสาวคือเราสนิทกันมาเขาเหมือนคู่ชีวิตคู่ใจของเราเลยว ตั้งแต่ผมโตมาผมก็จะเลี้ยงน้องมาพ่อแม่จะสอนให้เรารักกันดูแลกันไม่เคยทะเลาะก็จะเป็นพี่ชายกับน้องสาวที่โตมาด้วยกัน รู้ใจกันจนถึงที่ว่าเรามองตาก็รู้ใจกันว่าพี่คิดอะไร น้องคิดอะไร สิ่งที่ผมอยากบอกแม่กับน้องสาวคือ (พูดด้วยเสียงสั่น ร้องไห้) เราเหลือกันแค่นี้แล้วนะครับ อยากเป็นตัวแทนของพ่อประคับประคองทีมงานครอบครัวให้ดีที่สุดมันอาจะไม่ได้ดี 100 เปอร์เซ็นต์เหมือนพ่อ เพราะว่าพ่อเขาเพอร์เฟกต์เขาคือ ผู้ชายที่เป็นต้นแบบก็อยากจะทำความฝันที่พ่อเคยสั่งสอนแล้วก็ที่แม่คาดหวัง แต่บางครั้งมันอาจจะไม่ได้อย่างที่หวัง บางทีมันอาจจะมีนอกลู่นอกทางไปบ้าง แต่ก็สามารถกลับมาเป็นเราได้เสมอยังคิดอยู่เสมอว่าครอบครัวก็คือสิ่งที่สำคัญที่สุด จะดูแลแม่และน้องให้ดีที่สุดจะเดินหน้าไปด้วยกัน ทำงานด้วยกัน เคียงบ่าเคียงไหล่แบบนี้ไปตลอดครับ

สามารถชมคลิป ย้อนหลัง ได้ในรายการ CLUB FRIDAY SHOW ผลิตโดย CHANGE2561 ทางยูทูป :
https://youtu.be/cHsAjFJ0Bt4
https://youtu.be/YX2PDnaOfK0
https://youtu.be/m8lhP6bMZKA
https://youtu.be/3BEf-vd5aYc
https://youtu.be/gmOPYFusptU
https://youtu.be/gmOPYFusptU

the sims 4 โกงเงิน กุ้งสุธิราชเปิดหัวใจแบบหมดเปลือกรักไม่สมหวังเพราะครอบครัวไม่ต้อนรับพร้อมกับเผยความในใจสุดซึ้งถึงแม่และน้องสาว


Fatal error: Uncaught Error: Call to undefined function ไม่ได้เป็นตัวแทนของตำแหน่งของget_bloginfo() in /home/wwwroot/amosfree.com/wp-content/themes/bokeX/template-parts/content-single.php:79 Stack trace: #0 /home/wwwroot/amosfree.com/wp-includes/template.php(772): require() #1 /home/wwwroot/amosfree.com/wp-includes/template.php(716): load_template('/home/wwwroot/a...', false, Array) #2 /home/wwwroot/amosfree.com/wp-includes/general-template.php(204): locate_template(Array, true, false, Array) #3 /home/wwwroot/amosfree.com/wp-content/themes/bokeX/single.php(25): get_template_part('template-parts/...', 'single') #4 /home/wwwroot/amosfree.com/wp-includes/template-loader.php(106): include('/home/wwwroot/a...') #5 /home/wwwroot/amosfree.com/wp-blog-header.php(19): require_once('/home/wwwroot/a...') #6 /home/wwwroot/amosfree.com/index.php(17): require('/home/wwwroot/a...') #7 {main} thrown in /home/wwwroot/amosfree.com/wp-content/themes/bokeX/template-parts/content-single.php on line 79